saxky님의 프로필SoUnD Artist사진블로그리스트기타 ![]() | 도움말 |
|
1월 25일 ความทรงจำที่หลบหายฉันสูญเสียความทรงจำ..... จำไม่ได้แม้กระทั่งความรู้สึก ที่ผ่านมาเมื่อ 2 วันที่แล้ว
ทุกครั้งที่นอนหลับตา และร่วงลงสู่ดินแดนของความฝัน....
ภาพฝันของฉันมักเป็นสีดำ ร่างแช่นิ่ง อาบด้วยความมืด เนิ่นนาน.... อ้อยอิ่ง นิรันดร์กาล
มันคือ pattern ของความฝัน ที่ก่อตัวขยาย กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตที่ขาดวิ่น เว้าแหว่ง
ไม่มีความสมบูรณ์ในสภาวะภาพที่ตื่น หรือ แม้กระทั่งหลับ
แม้แต่เงาของฉันก็ถูกทาฉาบทาบด้วยสีดำ มิมีสีอื่น มิมีสีใด ๆ นอกจากนี้ .....
:::::::::::::::::::::::::::::
เสียงเจ้าหมาดำ เห่า หอน ปลุกให้ตื่นขึ้นกลางดึก .......
เงาแห่งราตีกาล กำลังเริงร่า ภายใต้เรือนร่าง ที่สั่นเทิ่ม
นี่ฉันกำลังจะเป็นบ้าอะไรเนี่ยะ.....
เสียงกรีดร้อง...ก้องทั่วห้อง ......กระจกแตกกราวรอบ ๆ ตัวฉัน
ฝนตกพรั่งพรู ไม่ขาดสาย ฟ้าผ่า ก้องทำให้กระเด็นไปกระทบผนังอีกฝั่งของห้อง
ฉันเห็นวัสดุรี ๆ เป็นวง ๆ ผุดขึ้นมากลางห้องที่ระเนระนาดด้วยแรงฟ้าผ่า
มันค่อย ๆ เคลื่อนและหมุนไปมา และค่อยๆ เลื่อนเข้ามาประชิดตัวฉัน
ขึ้นทุกที....ทุกที
วิ๊ง...ครืด ๆ ๆ ๆ ๆ
วิ๊ง...ครืด ๆ ๆ ๆ
to be continue
1월 24일 ใครที่เข้ามาอ่าน...ช่วยผมที...ผมถูกขังอยู่ในความฝันใครที่เข้ามาอ่าน...ช่วยผมที...ผมถูกขังอยู่ในความฝัน
1. ผมฝันซ้ำซาก ..................ปราศจากการควบคุมได้ 1월 22일 รู้ กับไม่รู้ต่างกันยังไง?ไม่รู้....คนเราไม่รู้หรอกว่า เหตุการณ์ข้างหน้าจาเกิดอะไรขึ้น
รู้.......คนเรารู้ก็แต่เพียงว่า เหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้เราเข้าใจอะไรได้มากขึ้น
ไม่รู้....ช้านไม่รู้หรอกว่า ความจริงใจ ที่ให้ใครสักคน จะถูกทำลายตีตราอย่างไร้ค้าไม่มีชิ้นดี
รู้....... ช้านรู้ก็เพียงว่า เวลาที่เราสร้างความจริงใจกับใครสักคน มันคือการทุ่มพลังกายและใจลงไปในนั้น
ไม่รู้.....คนอื่นไม่รู้หรอกว่า เราคิดยังไงกับเค้า หลายเรื่องที่เราไม่พูด แม้เป็นสิ่งดีเพื่อเขา เขาก็ไม่รู้
รู้........คนอื่นอาจรู้ก็เพียงว่า เขานั่นแหล่ะที่คิดยังไงกับเรา เพราะความคิดของเขา เขาย่อมรู้ดี
ไม่รู้.....เรยซะบ้างก็น่าจะดี ถ้ารู้แร้วทำให้ความจริงเปิดเผย กระจ่างชัดเจน ว่าแท้จริง ความจริงคือความเจ็บปวด
รู้........ไว้ซะบ้างก็น่าจะดี ถ้าความเจ็บปวดได้เปิดเผยตัวขึ้นมาแร้ว...... ความเจ็บปวดนั่นแล่ะจะเยียวยาให้ทุกสิ่ง
กลายเป็นความเข้าใจ ตกสะเก็ดเป็นความปล่อยวาง และ เมื่อแผลหาย เราจะ ลึกซึ้งในความจริงนั้น
และเมื่อนั้นความสุขใหม่ จะมาเยือน ....
ถ้าคนเราไม่มีความจริงใจ หรือ หมดรักกันแร้ว ไม่ว่าอีกฝ่ายจะดีแค่ไหน เค้าก็จาถูกมองว่า ไม่เคยทำอะไรได้ดีเลย
แปลกแต่จริง บนความเว้าแหว่ง และ ไม่สมบูรณ์ของมนุษย์ มันยิ่งเรียกร้องหารักแท้ ที่ซึ่งแม้บางที มนุษย์ด้วยกัน
หยิบยื่นให้ แต่ว่า เติมให้อีกฝ่ายเท่าไหร่ก็ไม่เคยเต็ม ไม่เคยพอ ....
แต่ว่า ฉันรู้แร้วว่า แหล่งแห่งความรัก ความสมบูรณ์ ความรักที่มีเพียงพอ จนเอ่อล้น นั้นสามารถพบได้ยังไง ที่ไหน?
1월 17일 มีกิ๊กใหม่ ชอบแอบมาหาตอนเที่ยงคืนช่วง 3 คืนมานี่ ที่กลับบ้านดึก (จิง ๆ มันดึกทุกวัน ยังไม่ถึงบ้านเที่ยงคืน ไม่ใช่เรา หุหุ)...
ปกติในหมู่บ้านเวลากลับเข้าบ้าน โดยการใช้บริการจากพี่วิน (มอไซด์) รูปหล่อ ล่ำบึ้ก เป็นประจำ
ทุกครั้งที่รถเลี้ยวเข้าหน้าหมู่บ้าน จะมีเจ้าหมา (หน้าย่น) คอยวิ่งไล่ มอไซด์ และดีใจ ที่เรากลับ
พร้อมกับทำเสียงประกอบ หงิง ๆ ๆ แบบโหยหวน ลั่นหมู่บ้าน
เจ้าหมาหน้าย่นตัวนี้ มันเป็นหมาไทย (แท้ ๆ ) ลักษณะ สูง สง่า ผิวสีน้ำตาล ไม่ดำ ไม่ขาว
เพศผู้ โสด รึเปล่า มันไม่เคยบอกเรย.... แต่ชอบทำเก็กหน้าย่น คงคิดว่าหล่อซะเต็มประดา
และที่สำคัญคงแอบหลงรักเรามานาน เพราะมาดักรอรับ - ส่งที่หน้าปากซอยหมู่บ้านทุกค่ำคืน
เชอะ.... ช้านนน ยังไม่ตกลงปลงใจ กับแกนะ เจ้าหมาหน้าย่น
พอลงจากมอไซด์มันก็คือโอกาสแตะอั๋ง จับไม้จับมือช้านน กระโดดมาตะกุยช้านนน....
เอาปากมาดอมดม ซุกไซ้ ไปทุกที่รอบ ๆ ร่างกายช้านนนนน.......
........................................................
แต่วันนี้มันไม่มาตัวเดียว กลับพาเจ้าลูกหมาที่ไหนไม่รู้มาด้วย ที่สำคัญ ตัวดำมิดมี๋ แทบมองไม่เห็นลูกกะตา
ที่มากยิ่งกว่านั้นคือ ขามันเป๋ อีกตะหาก........โอ้ว ว้าวววว น่าสงสารมั่ก ๆ ๆ ๆ
ครั้งแรกที่เราต่างเจอกัน เจ้าลูกหมา สีดำ อืม... ช้านนนตั้งชื่อให้มันว่า เจ้าแต้ม...
มันมาแบบเกรงกลัว ทำตัวลีบ ๆ ๆ เหมือนกลัวว่าช้านน จะมาดีหรือร้ายกับมันกันแน่
พอเห็นมัน ยังไม่ทันเปิดประตูเข้าบ้าน ก็ต้องมานั่งลูบหัวมัน ทำตัวประหนึ่งว่า
แกโชคดีเหลือหลายที่มาเจอช้าน...ฉันนี่ล่ะ ผู้มีความรักมากมายสำหรับแก เหอ ๆ ๆ ๆ
เราทำความรู้จักกันได้สักพัก ช้านนก็เริ่มปฏิบัติการแบบสายฟ้าแลบแปร่บ ๆ ๆ
เออ ดูท่าทางแกคงจาหิว.... ช้านจะไปหาอาหารในครัวก่อนว่าวันนี้คุณนายแม่ ทำอะไรไว้บ้าง
แกรออยู่ตรงนี้นะ...ห้ามไปไหน รู้ป่ะ...เดี๋ยวออกมา (แน่ะ...แปลกคนพูดกับหมาก็ได้อยู่คนเดียว)
ณ. ในครัว
ขวา ยก ซ้าย ยก เบา และ เงียบที่สุด เกรงว่าคุณนายแม่จาได้ยิน เสียงลูกสาว เดินเข้าครัวกลางดึก
เพราะแม่ท่านบรรทมอยู่ชั้น 2 นี่เอง แถมยังไม่ยอมปิดประตูห้องด้วย (ดูเค้าทำ ๆ ๆ )
อาหารจานด่วนวันนี้ของเจ้าแต้มคือ ข้าวคลุกปลาต้มส้ม ที่คุณนายแม่ทำไว้บนเตา
อา....เสร็จเรา..... และเสร็จแก เจ้าแต้ม
ยกเท้า ขวา ซ้าย ขวา ซ้าย ค่อย ๆ เปิดประตูแง้มออกไปหน้าบ้าน อย่างเงียบปัสสาะวะที่สุด
โอ้ววว เจ้าแต้มยังนั่งอยู่หน้าบ้าน ด้วยท่าทาง แววตามีความหวัง เหมือนชายหนุ่มรอหญิงสาวออกมาหา
เสร็จแร้วก็จัดแจงเอาหนังสือพิมพ์มาปูวาง แล้วเทข้าวใส่ให้เจ้าแต้ม
อาการเจ้าแต้ม หางสั่นดิก ๆ ๆ ๆ ดีใจมโหฬาร โอ้ว...เจอนางฟ้าหน้าตาสวย แร้วยังใจดีอีก (อิอิ)
ทั้งคน ทั้งหมา และทั้งความมืด ได้ผนึกรวมเราเหมือนเป็นหนึ่งเดียวในค่ำคืนนี้
........................
เจ้าแต้มเอร็ดอร่อย กับอาหารตรงหน้า
เจ้าต้อมมีความสุขอยางบอกไม่ถูก กับเจ้าลูกหมา ขาเป๋ ตรงหน้า
ขอบคุณสำหรับชีวิตที่ยังมีลมหายใจ ให้เราได้รู้ว่า น้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ หัวใจแห่งการให้
เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกันและกัน ไม่ว่ามนุษย์ หรือสัตว์ ความสุข บังเกิดเมื่อใจเราให้โดยไม่อยากได้สิ่งตอบแทน
มนุษย์อาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า ธรรมชาติให้ทุกสิ่งกับมนุษย์ แต่มนุษย์ก็ให้ทุกสิ่งที่เลวร้ายกับธรรมชาติตอบแทน
และแล้วทุกครั้งที่กลับเข้าบ้าน ความสุขของสิ่งมีชีวิต 2 สิ่งก็เกี่ยวคล้องกัน
ความสุขง่าย ๆ แบบไม่ต้องลงทุน แค่ลงใจ ลงความรัก
และแล้วค่ำคืน ทุกเที่ยงคืน ความรักของหญิงคนหนึ่ง กับเจ้าสิ่งมีชีวิต ที่สามารถสื่อสาร
ด้วยภาษากาย กับคนได้ จึงคลุ้งอบอวลตลบเต็มด้วยความรัก ท่วมท้นในหมู่บ้านแห่งนั้น
ที่นอนของหญิงคนนั้นจึงฟุ้งไปด้วยกลิ่นไอรัก แระ นิทานเรื่องนี้ก็จบลงด้วยความสุข
ด้วยรอยยิ้ม ด้วยหัวใจพองโต อิ่มเอิบ ความรักกำเริบ ....(ไปต่อไม่ได้แระ 55)
เงินไม่มีค่า ที่ทำให้หญิงคนนี้มีความสุขได้ มากเท่ากับความรู้สึกในเวลานี้ และขณะนี้
อยากมีกรรไกรที่ตัดเก็บเอาเหตุการณ์นี้เก็บไว้ได้ตาหลอดไป ........
ฉันหลงรักแกว่ะ เจ้าแต้ม.......
1월 7일 ความลับส่วนตัว หุหุ (ตอนนี้จะไม่เป็นฟามลับแร้วววว)ความลับที่ไม่เคยบอกใคร.... (อ้าว เวง...แร้วมาเขียนไว้ตรงนี้ทำไมอ่ะเนี่ยะ??)
1. สมัยมัธยม เป็นนักกีฬาวิ่งของรร. และได้ถูกคัดเลือกไปแข่งเป็นตัวแทนของจังหวัด อาจารย์ก็พาไปซ้อมเก็บตัว แต่เหนื่อยชิบ.... ชิบ
ณ. วันหนึ่งของการซ้อมเก็บตัว แดดร้อนเปรี้ยง ๆ ก็เรยแกล้งเป็นลมมันซะเรย ไม่ข่งไม่แข่งมันแร้ว ไม่สนใจ เพราะเหนื่อยโคตร ๆ
2. ตอนมัธยม ก็เป็นนักดนตรีของรร. (เรียกว่าค่อนข้างดัง เดินไปไหนมีคนรู้จัก) แร้วตอนนั้นมียาอี กำลังระบาดในหมู่เด็ก ๆ วัยรุ่น วันนั้นเดิน ๆ อยู่
เกิดขึ้เกียจเรียนขึ้นมาเรยนึกแผนการณ์อันชั่วร้ายได้ (ที่บ้านทำฟาร์มอ่ะ ------> ฟามชั่ว) เรยแกล้งทำตัวมึน ๆ เซ ๆ ประหนึ่งว่ากินยาอี มา
เพื่อนๆ เห็นดังนั้น กัวว่าอาจารย์จะเห็น เรยรีบลากตัวมาเก็บไว้ในห้องซ้อมดนตรี สรุปว่าภาคบ่ายวันนั้นไม่ต้องเรียนสมใจ แต่หลับไปจริง ๆ
พอตื่นขึ้นมาเพื่อน ๆ นักดนตรีมารุมกันเต็ม ยังกับเราป่วยหนักง้านล่ะ (อ้อลืมไป ดันทำตัวเหมือนคนกินยาอี) เรยแกล้งทำตัวสลึมสลือ แร้วเล่นละครว่า
"ที่นี่ที่ไหนเนี่ยะ เรามาอยู่นี่ได้ไง" ทำหน้าเศร้าเล่าความเท็จเต็มๆ ๆ ๆ ไม่ได้เรียนสมใจเค้าล่ะวันนั้น แร้วบอกว่า เพื่อนให้กินน้ำ พอกินเสร็จมีอาการทันใด
น่านดูอิชั้น ทำไปได้!!!!!
3. ตอนเข้ามหาลัย มีสอบอยู่วิชานึงเกี่ยวกับดนตรี อาจารย์สอนก็ไม่สอน แร้วพอสอบก็มาออกข้อสอบงี่เง่า ๆ ว่า ให้พูดถึงคนสอน ว่าเป็นยังไง ?
ไม่รู้คนอื่นเขียนยังไง แต่ว่าเราเขียนส่งไปวิชานั้น เราได้ A อยู่คนเดียวในห้อง
เขียนอะไรน่ะเหรอ...หุหุ ก็เขียนว่า เขียนด่าอาจารย์ไปเต็ม ๆ 2 หน้ากระดาษ แบบว่าแผ่นเดียวไม่พอ ขอเพิ่มเติม
ปรากฏอาจารย์กลับชอบ ให้เกรด A ซะอีก เฮ้อ.....
4. อีกที ๆ ตอนมหาลัยเนี่ยะ เป็นหัวโจกพาเพื่อน ๆ หมั่นไส้อาจารย์ คือวิชาเรียนอาจารย์คนนี้ที่หมั่นไส้อ่ะ พาเพื่อน ๆ ไปทำท่าว่าจะเข้าเรียน
พออาจารย์จะเข้ามาสอน พาออกนอกห้อง ไปนั่งกันอยู่ข้างล่างตึก....... ไม่เข้าเรียนซะฉิบ อาจารย์หน้าแตกไปเรยยยยยย
(อาจารย์หนูขอโทดดดด ตอนนั้นหนูเด็ก อิอิ)
5. อันนี้เด็ด ๆ แต่เจ็บ ๆ แสบ ๆ คัน ๆ คือว่า ตอนนั้นเนี่ยะ นานแระล่ะ ไม่รู้ช่วงไหน ช่วงวัยรุ่นอ่ะแ หล่ะ คือว่ากางเกงในอ่ะ ไม่ได้ซัก เรย
แร้ววันนั้นต้องมีเหตุออกไปข้างนอกกับเพื่อน ๆ แร้วต้องค้างคืนด้วย เอางัยดี ๆ ๆ ๆ
วิธีการก็คือ วันนั้นใส่กางเกงยีนไป แต่ขอโทด ข้างในไม่ได้ใส่กางเกงในเรย เปลือยเปล่าสนิทล่อนจ้อน.....
ล่อนจ้อนภายในไป 2 วันเต็ม ๆ ๆ สบ๊าย สบายยยยยย อึ๋ยยยย
***** เอาแค่นี้ก่อน ***** อายจนทำหน้าไม่ถูกระตอนนี้
1월 1일 ชีวิตในโลกของนาฬิกา 2 เรือน (ที่เดินและหมุนต่างกัน)![]() บางคราวฉันเหมือนกับว่า.... กำลังเดินเพียงลำเพียงกับเงาของตัวเอง
...........
...........
เท้า...ก้าวเดินตามจังหวะ...ของเวลาที่กำลังหมุน.... แต่...ความจำ และความรู้สึกของฉัน.....
กำลังถูกนาฬิกาอีกเรือน ดึงย้อนเวลา....ให้การก้าวเดิน....ของความรู้สึกกลับถอยหลัง
.........
.........
มันคือนาฬิกาอีกเรือนที่...ฉันได้ซื้อมาไว้ตอนที่ภาพความทรงจำในอดีต ได้โผล่พุ่งออกมาทักทายในบางคราว
........
........
ในบางคราวที่ฉันก็เหน็ดเหนื่อย.... อ่อนล้า หรือ ในบางคราวที่ฉันต้องสูญเสีย......
แต่ถึงกระนั้น..... ฉันก็ไม่หมดกำลังใจที่จะก้าวเดินต่อไป เพราะอะไรน่ะเหรอ??......
ดูในภาพนี้สิ..... เบื้องหน้าของหญิงสาวคนนี้มีดอกไม้ที่งดงาม กำลังผลิดอก เบ่งบาน
มันกำลังยิ้ม รอ ทักทาย หญิงสาวคนนี้ที่เธอก้าวเดินมาจากยอดเขาที่ไกลแสนไกล
เพื่อจะค้นหาความงดงามของธรรมชาติ และ ความเป็นธรรมดาที่ต่ำที่สุด ในการใช้ชีวิต
ฉันก็เหมือนหญิงสาวคนนี้.... ฉันไม่อยากอยู่ในที่สูง ฉันพยายามค้นหาความงดงามของชัวิต
ฉันต้องการกลับไปสู่สภาวะ ของความเป็นสามัญแห่งชีวิต
ฉันรักพื้นดิน ฉันรักกลิ่นดิน ฉันรักพื้นดินที่อุ้มผิวเท้าของฉันขณะก้าวเดิน
เพราะชีวิตคนเราก็เริ่มต้นมาจากดิน และเกิดมาจากจุดที่ต่ำที่สุด ความเปลือยเปล่า คือสภาวะเริ่มแรกแห่งชัวิตของมนุษย์
|
|
|