saxky님의 프로필SoUnD Artist사진블로그리스트기타 ![]() | 도움말 |
|
10월 31일 เราจึงไม่ได้อยู่ตามลำพัง กับเงาที่สมบูรณ์แบบช่วงนี้ตระเวณเข้าร้านหนังสือ และก็ซื้อหนังสือมามากมาย หลังจากผ่านศึกสมรภูมิน้ำลายจากเจ้าคุณแม่
สงครามที่เพิ่งสงบลงไม่นาน เพราะเหตุ ตัวเราปันใจให้กับหนังสือ จนเต็มแทบทะลักล้นห้องนอน
แม้แต่เตียงก็ยกให้หนังสือทั้งหลายนอน จนตัวเรากับเจ้าคุณแม่ต้องถ่อสังขารลงมานอนข้างล่างเตียง
นับวันยิ่งรัก ยิ่งผูกพันธ์ ยิ่งหลายใจ ซะแล้วเรา.... เดี๋ยวนี้ริอ่านเริ่มซื้อหนังสือภาษาอังกฤษเป็นนิยายมาอ่าน
เริ่มเถลไถลออกไปนอกประเทศบ้างบ่อย ๆ ๆ (งือ ๆๆ เค้าอยากไปญี่ปุ่น ที่ซู้ด)........
งาน book fair ที่จัดที่ศูนย์ประชุมสิริกิตย์ เราเริ่มเบื่อ เซ็ง คนก็เยอะ (แต่ไปเดินมา 3 วัน ขนาดเซ็งนะเนี่ยะ)
ช่วงงานสัปดาห์หนังสือ ตัวเราก็ยกร่างกายไปสิงสถิตย์ที่ร้าน kino สยามพารากอน
ทุกครั้งที่เดินเข้าไป มันให้ความรู้สึกประหลาดบอกไม่ถูก เหมือนกับว่านี่ล่ะคือสถานที่ โลกที่ ๆ เราอยากอยู่
เพิ่งอ่าน kafka on the shore หรือชื่อภาษไทยคือ คาฟการ์ วิฬา นาคาตะ จบไปเมื่อเที่ยงวันเอง ของ
Murakami อ่านแล้วตัวละครในเรื่องมันทำให้รู้สึกถึงการเข้าไปผจญภัย ในโลกอีกหลาย ๆ มิติที่ซ้อนกันอยู่
จริงๆ มันคือจิตสำนึกภายในของมนุษย์ที่ไขว่คว้า หาสถานที่ ที่หนึ่งที่อยากเอาตัวเองไปใช้ชีวิต ดำรงอยู่ใน
ที่ ๆ คนอื่นเข้ามาไม่ถึง ในที่ ๆ เจอกับบางคน ความทรงจำบางอย่าง หรือแม้แต่เวลาที่มันหยุดในช่วงชีวิตตอนนั้น
ศิลาเบิกทวาร เป็นตัวไข ความลับของผู้คนในหนังสือที่คนแต่งพูดถึง ต้องมีตัวแปรบางตัว ทำให้คนเรา
สามารถเข้าไปอยู่ในที่ ๆ นั้นได้ ตัวละครของ murakami ค่อนข้างเว้าแหว่ง ขาดวิ่น ไม่สมบูรณ์เลยสักคน
อ้างว้าง เปล่าเปลี่ยว ต้องการการเติมให้เต็ม อ่าพอและ เดี๋ยวหาว่ามา review หนังสือ
ก็คือจาบอกว่าทุกครั้งที่เราเข้าร้าน kino เรารู้สึกว่า นี่ล่ะโลกสมบูรณ์ของเรา เราสามารถหยิบหนังสือขึ้นมา
แลว้สูดดมเอาน้ำหมึก กลิ่นไอ จากหนังสือแต่ละเล่มได้อย่างชื่นใ จ เพราะฉะนั้นถ้าวันไหนเราหายไป หรือว่า
อยากเจอเรา สามารถไปหาได้ที่นี่ รับรอง ได้เจอกันแน่ ๆ ๆ เพื่อน ๆ เรายินดีต้อนรับทุกคนที่ไปหาเรา เหอ เหอ
เมื่อคืนก็ไปซื้อหนังสือมาหลายเล่มเชียว กลับมาบ้านแทบไม่หลับไม่นอน พยายามใส่ใจและพูดคุยกับเพื่อน ๆ ของเรา
กว่าจานอนก็ตี 3 โน่น แน่ะ เราไม่เคยเสียดายเวลาสักกระนิดนึงที่เราได้ สัมผัส ได้พูดคุย สนทนา รับรู้ความรู้สึก
ความคิด ต่าง ๆ ที่อยู่ภายในตัวเพื่อน ๆ เราแต่ละคน เราจึงไม่ได้อยู่ตามลำพัง เป็นคำกล่าวของ Alberto Manguel
เขาเขียนไว้ในหนังสือ A history of reading เขาให้ความสำคัญของการอ่านเทียบเทากับการหายใจเลยทีเดียว
มีคนมากมายในโลกนี้ก็กำลังนั่งอ่านอย่างขะมักเขม้นพอ ๆ กับเวลาที่เราอ่าน เพราะฉะนั้น เราจึงไม่ได้อยู่ตามลำพัง
โลกตรงนี้ ของเราหอมหวาน ไออุ่นของการสัมผัส กับความรู้ ความคิดจากตัวเธอ มันช่างประหลาดล้ำ
เราเหมือนมีเงาที่เลือนลางและเจือจาง เราออกตามหาเงาที่สมบูรณ์ของเรา
จนในที่สุด เงาของเราก็ทาบทับกันได้อย่างสนิท พอดิบพอดี ไม่มีรอยเหลือมเชื่อมต่อใด ๆ
ให้เกิดรอยแยก แตกร้าว ขอบคุณเพื่อนรัก ที่เป็นเงาที่เราตามหามาแสนนาน
วันนี้ฉันมองเงาของฉันในแสดงแดด ตอนบ่าย....
ฉันมั่นใจว่า เงาของฉันไม่ลางเลือนเหมือนที่ผ่านมา แต่มันกลับเข้มข้น ดำขึ้น ดำขึ้น ๆ ๆ เย้ยยย
ฮ๋า ๆ ๆ ๆ ๆ ดำขึ้นจนฉันสุขใจ กับการตามหาเงาที่จางหายไป
แล้วเงาของพวกคุณล่ะ เคยสังเกตุกันบางไม๊ ว่าตอนนี้ยังมีเงา เดินข้าง ๆ คุณอยู่หรือเปล่า
หรือว่าเจือจาง ลงจนคุณไม่ทันสังเกตุเห็น
อย่าลืมสังเกตุเงาของตัวเอง !!!!!
10월 16일 คุณเชื่อไม๊ ทุกคนมีเวลาไม่เท่ากันถ้าคุณรู้ว่า นับจากตอนนี้...เวลาสำหรับชีวิตคุณเหลืออยู่ไม่มากแล้ว ...คุณจะทำอะไร??
ถ้าไม่ได้เกิดกับตัวคุณเอง คงยากที่คุณจะเข้าใจคำถามแบบนี้.... จริงไม่จริง?
ทุกอย่างถูกสร้างมาเพื่อ ให้มีการเปรียบเทียบ และเข้าใจในตัวของกันและกัน
เช่น...... มีบน ก็ต้องมีล่าง มีซ้าย ก็ต้องมีขวา มีทุกข์ ก็ต้อง มีสุข
ถ้าไม่รู้จักความทุกข์ จะเป็นสุขได้ยังไง (ประโยคนี้อาจเชย แต่มันคือความจริง)
มีความว่างเปล่า ก็ต้องมีความเติมเต็ม / ถ้าไม่สัมผัสความเหน็บหนาว จะรู้จักอ้อมกอดที่อบอุ่นได้ยังไง
ทุกอย่างถูกสร้างมาเพื่อกันและกัน ดูดิ แม้แต่ความทุกข์ ยังสร้างมาคู่กับความสุขเรย
เพราะฉะนั้น มีเกิด ก็ต้องมีดับ เป็นสิ่งคู่กัน เพื่อทำให้มันเป็นสิ่งซึ่งเป็นของกันและกัน (กรุณาคิดอีกครั้ง แล้วจาเข้าใจ)
ถ้าจะบอกความจริงบางอย่าง ว่า จริง ๆ แล้ว พวกคุณรู้ไม๊ว่า เวลาในโลกนี้เดินเร็วกว่าเวลาของสวรรค์มาก
เวลาของแต่ละพื้นที่ แต่ละช่วงเวลา มันไม่เท่ากัน
คุณไม่เชื่อเหรอ..... มา....ตามฉันมาสิ.....จะบอกอะไรให้ฟัง
คุณลองหลับตาสิ นึกถึงเรื่องราวแล้วย้อนไป เมื่อวันก่อน คุณยังจำได้ไหม ว่าคุณไปทำอะไรมา??
คุณไปเจอใคร??? ข้าวมื้อเย็นคุณกินที่ไหน กับใคร ????
ทีนี้ คุณลองย้อนกลับไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว relax นะ อย่าเครียด น่านล่ะ ๆ ๆ ๆ อย่าเครียด
คุณจำได้ไหมว่า คุณ ไปทำอะไรมา ???? คุณไปเจอใครบ้าง??? ข้าวมื้อเย็นคุณกินที่ไหน กับใคร???
อ่ะ เอาแค่นี้ก่อน....คราวนี้คุณลองเปรียบเทียบสิ ว่า.......อันไหน คือสิ่งที่คุณอยากจำมากกว่ากัน
อดีตเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว หรือเมื่อวันวาน ของคุณ ????
เอาล่ะ ความสุขของคุณ คือช่วงเวลาไหน??? ถ้าคุณตอบว่า อาทิตย์ที่แล้วเป็นความทรงจำที่ดีกว่าวันวาน
นั่นเห็นไม๊? เวลาของคุณเริ่มไม่เท่ากับเวลาที่หมุนไปของโลกนี้แล้ว
หรือ ถ้าคุณตอบว่า เมื่อวันวานเป็นความทรงจำที่ดีกว่าอาทิตย์ที่แล้ว นั่นเห็นไม๊? เวลาของคุณเริ่มบิดเบี้ยวแล้วล่ะ
จากจุดเริ่มต้นของความทรงจำที่ต่างกัน มันทำให้เวลาในชีวิตคุณแต่ละคน เดินไม่เท่ากัน
คุณพอจะเริ่มเห็นภาพหรือยัง????
เอาง่าย ๆ คุณที่เข้ามาในเสปซเราเนี่ยะ คงเป็นคนในโลกไซเบอร์ใช่มะ ???
ก่อนที่เราจะสร้างสเปซนี้ได้อ่ะ มันก็ต้องเริ่มจากความว่างเปล่า เริ่มจากศูนย์ เริ่มจากการไม่มีอะไรเรยใชไม๊?
แต่คุณรู้ไว้เถอะว่า มันเป็นของคู่กัน การไม่มีอะไร มันจะเป็นจุดเริ่มต้นของการ ที่จะมีอะไร ต่อไป
พวกคุณที่สร้างเสปซนี้ขึ้นมาได้ คุณเปรียบเหมือนพระเจ้าในเสปซของคุณ
คุณอยากให้มีอะไรตรงไหน ที่ไหน ยังไงก็ได้ ตามใจคุณ คุณจะออกแบบ อะไรให้สวยขนาดไหนก็ได้ทั้งน้าน
จะบอกอะไรให้คุณฟังอีกอย่างคือ คุณเชื่อไม๊ว่า ทุกสิ่งไม่มีทางรู้จักตนเองได้เลย ถ้าไม่มีสิ่งอื่น นอกจากตัวมันเอง
สิ่งที่เป็นอยู่ก็จะกลายค่าเป็นไม่มี หรือกลายเป็นความว่างเปล่าไปด้วย (อ่ะ อย่าเพิ่งงง เดี๋ยวจะบอกให้ฟัง)
คือ....สิ่งที่เป็นอยู่จะไม่มีทางสามารถรู้จักตนเองได้เลย ถ้าไม่มีสิ่งอ้างอิงอื่นเข้ามา
ความว่างเปล่า จะไม่รู้ตัวเอง ถ้าไม่มีจุดอ้างอิงอื่นคือ ความทั้งหมด
ความเป็น จะไม่รู้จักตัวเองได้ ถ้าไม่มีจุดอ้างอิงที่ชื่อว่า ไม่เป็น เข้ามาเกี่ยวข้อง
เริ่มเห็นภาพกันยัง.....
อ่า ให้เวลาไปย่อย ไปคิด กับสิ่งที่เราบอกก่อนแล้วกัน ไว้เดี๋ยวมาบอกต่อพรุ่งนี้
10월 15일 เลิกทะเลาะกันซักทีได้ไม๊?ช่วงนี้แปลก ๆ ยังไงไม่รู้ค๊าบ พี่น้อง... รู้สึกว่าร่างกายที่สิงสถิตย์ของวิญญาณ กำลังย่ำแย่
ร่างกายที่ใช้มานานหลายสิบปี กำลังทรุดโทรม ลงเรื่อย ๆ ๆ
ที่แปลก ๆ กว่านั้นคือ บางครั้งมักได้ยินเสียงเหมือนสัญญาณคลื่น เป็นช่วง ๆ ลอยไปมา อยู่ในหัว
เอ...หรือว่าเรากำลังจาบ้าเน๊อออ.....
อ่อ... บางครั้งความรู้สึกมันอยากหลับมาก แต่ร่างกายมันฝินต้านกระแสความรู้สึก คือไม่ยอมให้หลับ
ช่วงนี้เลยคิดว่า ความรู้สึก กับ ความจริง มันกำลังทะเลาะกันอยู่ หรือมีเหตุเคืองใจกันอยู่แน่ ๆ ๆ
บางวันเจ้าความรู้สึกในตัวมันเตือนว่า หิวแล้ว อยากกินมาก ๆ
แต่ไอ้ร่างกายมันงอน เจ้าความรู้สึกอ่ะ แกล้งทำเป็น มีงานวุ่นวาย ทำเป็นไม่กินซะง้าน เฮ้อ
แล้วท่านเพ่ ทั้ง 2 จะมาทะเลาะอะไรกันที่ body ของช้านเนี่ยะ
ความรู้สึกเป็นคนกลางมันก็ลำบากใจงี้ละค๊าบพี่น้อง....
บางวันต้องเอาใจเจ้าความรู้สึก บางวันก็ต้องดูแลเจ้าร่างกาย ไม่ให้มันคิดว่าเรากำลังลำเอียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
เมื่อวานอยู่ดี ๆๆ ก็ไข้ขึ้นสูง หนาว สั่น ปวดท้อง
ไปรพ. หมอเลยเอาเข็มมาจิ้มใส่น้ำเกลือให้ซะง้าน แถมให้นอน 1 คืน
เฮ้อ..... ตกลงคุณร่างกายทำไมชอบทำร้ายตัวเองจัง
หนุกไม๊ล่ะ แต่คนที่เจ็บปวดกว่าคือ เจ้าความรู้สึกนี่ล่ะ...... มันมากระซิบข้างหูเมื่อคืนว่า
เจ็บมาก ๆ เรย ตอนเข็มทิ่มไปในเนิ้ออ่ะ ใช่เซ่ เจ้าร่างกายคงไม่รุ้สึกอะไร ถ้าความรู้สึกไม่ส่งสัญญาณไปบอก
ว่าเจ็บนะเฟ้ย.....เจ็บสุด ๆ ๆ ๆ แล้วสังเกตุไม๊ตอนที่แกทำหน้าบิดเบี้ยวอ่ะ เพราะช้านบังคับรีโมทไปบอกว่า
เจ็บเฟ้ยยยยยยยยยยยยยยย จำได้ยัง.....
เอ้า ๆ ๆ ทะเลาะ โกดเคืองกันอยู๋ได้.....
ช้านยังไม่อยากเข้ารพ. อีกรอบสองเฟ้ย...........
ขอร้อง ๆ ๆ ล่ะ นะ นะ
เจ้าความรู้สึก กับเจ้า ร่างกาย ช่วยกลับมาทำงานร่วมกันอีกทีเถอะ
แกคิดดูดิ ถ้าความรู้สึกบอกว่าร้อน แต่ร่างกาย ดันไปนั่งใกล้ ๆ ไฟ แล้วช้านเนี่ยะ จะทำไง
ความรู้สึกบอกว่ารักคนนี้ แต่ร่างกายทำหน้าไม่แยแส ช้านจะทำไง ฮึ
ไม่เอาน่า ดี ๆ กันเถอะนะ.... แค่นี้คนกลางอย่างช้านก็แย่แร้ววววววววววววว
|
|
|