saxky's profileSoUnD ArtistPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    December 18

    เสาร์ - อาทิตย์ ทะลุมิติแห่งความซ้ำซาก จำเจ

     
     
    เสาร์ - อาทิตย์ที่ผ่านมา รู้สึกตัวเองหลุดไปอยู่อีกโลกนึง ชนิดว่า เงินตราก็หาซื้อไม่ได้
     
    เป็นมิติของชีวิต ที่เรารู้สึกว่า นี่แหล่ะ ใช่เรย...แบบนี้ล่ะ โลกของเรา เหอ..เหอ...
     
     
     
        1. เมื่อวันเสาร์ตอนบ่าย ไปเล่นดนตรีให้งาน Event ของ Isuzu  ที่เซ็นทรัลพระราม 2
     
    ได้เห็นผู้คนเดินไปมา แล้วเค้ามีความสึกสนุก มีความสุข บางคนก็มาขอเบอร์ติดต่อ  บางคนก็หยุดฟังตั้งนาน
     
    บนเวที ประกอบด้วย 1 หญิง  (อันน่ารัก)  2 ชาย  ในวงเป็นดนตรีเล่นสบาย ๆ แนว Bossa
     
    แต่มีมือแซก ซึ่งเป็นผู้หญิง คือตัวข้าเจ้าเอง  เป็นจุดขายของวง (จิง ๆ คือขายขี้หน้า เพราะซุ่มซ่ามตลอด
     
    เดี๋ยวเตะสายไมล์  เดี๋ยวทำไมล์ตกบ้างล่ะ  เดี๋ยวก็สะดุดเก้าอี้บ้างล่ะ ฯลฯ) 
     
    ตอนนั้นมีคนในห้างมองดูกันตรึม  ทั้งชั้นบน ชั้นล่าง ชั้นใน ชั้นนอก  (อ่ะเริ่มไม่เกี่ยวแระ)
     
    มีการขอเพลงอีก.... น่านนน  ยังกะเล่นในร้านอาหารยังไงยังง้าน   ตอนแรกเราคิดว่า เราคงอายน่าดู
     
    โดยปกติเป็นมือแซก ขี้อาย จะเล่นดนตรีทียังต้องหาหมวกมาใส่ เพราะไม่อยากให้ใครจำหน้าได้
     
    แต่วันนี้ไม่ใช่โดยสิ้นเชิง  มันไม่มีอาการเกร็ง หรือกัว ใด ๆ  เป็นธรรมชาติโดยดนตรีที่ผสานกับ
     
    การมาฟังของคนในขณะนั้น   ไอ้เราก็ solo ซะเต็มที่   โดยเฉพาะเด็ก ๆ มักชอบมาออกันหน้าเวที
     
    ไอ้เราก็เล่นดนตรีไป แหย่เด็ก ๆ ไป   บางคนก็มาขอจับมือเรา เหมือนว่าช้านเป็นดาราซะง้านนนน
     
     
    พอเล่นเสร็จ เราต้องเดินสายไปเล่นดนตรีเปิดหมวกที่จตุจักรต่อ กับเพื่อน ๆ ซึ่งรออยู๋ที่นั่น
     
    เพื่อน ๆ เราไม่เคยเล่นเรย ก็เกิดอาการอา ย ไม่กล้าเล่นซักที   ไม่ได้ล่ะช้าน...ต้องทำตัวเป็นผู้นำ
     
    ในนาทีนั้น เราต้องไม่ให้ความอายเข้าครอบงำ  คิดได้ดังน้นเรยบอกเพื่อน ๆ ว่า
     
    เอ๊า...ลุยโลด ๆ ๆ  เราคว้า sax ขึ้นมาเป่า เคล้ากีตาร์ ซะเดี๋ยวนั้น
     
    แปลก..แต่จริง... มีคนฮ่องกง ผู้ชาย เอากล้องมาถ่ายรูป พร้อมยื่นแบงค์ 100 ให้ประเดิม
     
    ว้าวว  เพื่อน ๆ ที่ไปเล่นเริ่มมีกำลังใจ  อันมีมือแซกเป็นจุดขายเหมียนเดิมมมมมมม....
     
     
    ฝรั่ง ถ่ายรูป กันเต็ม คงเห็นว่าเป็นของแปลกอ่ะ เพราะผู้หญิงที่ไหนวะ มายืนเป่าแซก
     
    โน่น ผู้หญิงเค้าต้องไปตีขิม ตีระนาด เล่นเปียน กันโน่น   ....คริ ๆ ๆ
     
    ก็ช่วยไม่ได้อ่ะ  ใจมันรัก และถึงขนาดหลงรักจนหัวปักหัวปำกับเจ้าแซก ไปซะแร้วววว
     
    อยู่กินกับแซกมาก็เกือบ 10 ปีแระ   หุหุหุ
     
     
    คนรุมกันตึม ที่เด็ดสุดในวันนั้นคือ ตอนเล่นอยู๋ช่วงนึง อยู๋ดี ๆ รู้สึกว่าทำไมคนมันช่างเยอะไปหมด
     
    เหมือนเค้าโดนมนต์ (ดำ)  จากเสียงดนตรีของพวกเรา  คือทุกคน หยุดอยู๋กับที่ อาการแบบว่า
     
    นะจังงัง... ตาค้าง  ปากอ้า   เอาเว้ย ๆ ๆ   คนมันต้องชอบแน่ ๆ  ไอ้เราก็ใส่ซะเต็มที่
     
    solo กระฉูด  แต่สักพักไหงพี่ที่เล่นกีตาร์กลับหยุดเล่น  แล้วไม่พูดจาอะไร ไม่พูดเรยสักแอะ ให้ตายเถอะ!!!
     
    ปล่อยให้เราเป่าแซก คู่กับพี่ที่เป็นนักร้องอีกคน   แต่หูเราก็ไวว่า ได้ยินเสียงแว่ว ๆ เหมือนเสียงเพลงอาญาสิทธิ์
     
    ตายละเหวย....พี่น้องค๊าบ  มันเสียงเพลงชาติไทย นี่ค๊าบบบบบ  โอย ๆ ๆ ๆ ลมจาใส่ หยุดคับหยุด
     
    ไอ้เราหยุดเล่นทันใด ทั้ง ๆ ที่เพลงก็เพิ่งเล่นไปกลางเพลงเอง    ปล่อยให้พี่นักร้องยังคงยืนร้องไปคนเดียว
     
    พอแซกหยุดเสียงก็เงียบโดยทันใด พี่นักร้องก็เริ่มลังเล  พอแกหยุดร้องเท่านั้นล่ะ  ความจริงก็เฉลยให้แกรู้ว่า
     
    คนเค้าไม่ได้หยุดฟังพวกเราเว้ย   เค้าหยุดเคารพธงชาติกันตอน 6 โมงเย็น   กรำ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
     
    แถมเราก็ทำตัวเลียนแบบพี่มือกีตาร์ โดยหยุดเล่นแล้วไม่ปริปากใด ๆ หรือสะกิดพี่ท่านนักร้องว่า ให้หยุดร้อง
     
    พอทุกคนหยุด ความเงียบกริบเข้าครอบครองยึดหัวหาดจตุจักรแถวนั้น  
     
     
    แหม !!!! ทำไมคนเดินไปมา ไม่บอกกันบ้างล่ะค๊าบบบบ  โอย อายสุดอาย  พอเพลงชาติจบ
     
    พวกเราก็ปล่อยปู้ด  เอ๊ย ปล่อย ฮา กร๊ากกกก กันตรงนั้นอ่ะ  4- 5 คน  โอย  โอย..อยากเป็นขอมดำดินได้ในนาทีนั้น
     
     
    1 ชม.นั้นเราได้ตังส์มา 370 บาท   อ้อ แถมก่อนกลับมีคนมาติดต่อขอเบอร์เรากันใหญ่
     
    พี่ผู้ชายคนนึงมาบอกว่า เค้าเปิดผับ  อยากให้มือแซก เนี่ยะ ไปเล่นโซโล่ให้หน่อย  เอาคนเดียวเรยนะคนอื่นไม่เอา
     
    แต่โดนพี่เค้าสกัดความเป็นดาวรุ่งของเราไปแระว่า อ่อ ไม่รับเล่นในผับคร๊า... ดูสิ เราเรยล่วงแทนที่จะรุ่ง อิอิ....
     
     
    อีกคนเป็นอาจารย์ที่รร. พระแม่มารีย์สาธุประดิษฐ์ (ที่เดิยวกับปาล์มมี่จบที่นั่นเรย)  มายืนฟังตั้งน๊านนน
     
    แล้วขอเบอร์เราบอกว่าเค้าสอนกีตาร์ที่นั่น  เผื่อมีงานจะติดต่อกลับมาหา   ก็เลยเสร็จเรา แลกเบอร์กันเป็นที่เรียบร้อย
     
     
     
                2.  ณ. ถนนข้าวสาร 
     
    เราเดินสายกับค๊าบพี่น้อง ย้ายจากจตุจักร มาที่ถนนข้าวสาร  มาเปิดหมวกกันต่ออีกรอบ จิง ๆ พวกเรามาเล่นเพื่อ
     
    หาเงินให้น้อง ๆ ไปค่ายกัน  ไม่ได้หาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง....
     
    ที่นี่หาที่ที่จะเล่นเปิดหมวกยากมาก  ไม่ใคร่มีใครให้เล่นหน้าร้านเค้าง่าย ๆ ๆ  หาสักพักก็เอาล่ะว่า
     
    เล่นมันหน้าร้าน Brickbar นี่ล่ะว๊า... ร้านที่พวกคนดนตรีเค้าไปฟังกัน แม้แต่พี่โก้ saxman แกก็เคยมาเล่นที่นี่
     
    แล้วไฉนเรยจึงมีแม่นางเล่นแซกมายืนเล่นบ้างไม่ได้ เหอ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ 
     
     
    คิดได้ดังนั้นบอกเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ว่า เอาเร๊ย ๆ พวกเราเต็มที่ ๆ ๆ  ๆ 
     
    พี่คนนึงถึงกับเอ่ยปากว่า เห้ย ดูไอ้นี่มันดี ๆ นะ มันยิ่งเป็นตัวเงินตัวทองให้พวกเราอย่าให้พวกฝรั่งคาบไปไหนนาเฟ้ย...
     
    โอย...พี่ตัวเงินตัวทองเรยเหรอ  จ๊ากกกกก 
     
     
    เปิดตัวด้วยเพลง Amazing Grace  พระคุณพระเจ้า และเป็นเพ ลงสากลที่พวกฝรั่งน่าจารู้จัก
     
    มาเรยคับ ๆ ๆ  ๆ น้องคนนึงหน้าตาน่ารักมาก ๆ ๆ  ตี๋ ใส ขาว ท่าทางเหมือนเด็กอาร์ต มาคนเดียว พร้อมเบียร์ 1 ขวด
     
    พอพวกเราเริ่มเล่น น้องเค้าก็นั่งฟัง แล้วยื่นแบงค์ 100 มาให้  ว้าววววววววววววววว ปลื้ม
     
    แถมบอกว่า ชอบมือแซกด้วย  กรี๊ดดดด ค่ะ กรี๊ดดดดดดดดด  ถามอีกว่ามาเล่นทุกวันป่าว จะตามมาฟัง
     
     
    แกก็นั่งฟังของแกอยู่ตั้งนาน  สักพักมีคนญี่ปุ่นมาขอเพลง Wonderful tonight บอกว่าเล่นได้ไม๊ขอหน่อย ๆ ๆ
     
    ไอ้เราก็ไม่เคยแกะเรย เพลงนี้  แกะมันสด ๆ ตรงนั้นล่ะ  แล้วก็เล่นเรย กับน้องมือกีตาร์ จบจากมศว. เชียวนา
     
    เอาวะ เล่นมันสด ๆ เดี๋ยวนั้น  เห้ย...เล่นได้เฟ้ย ๆ ๆ ๆ โดยเฉพาะท่อนขึ้นต้นของเพลงนี้ 
     
     
    โหย คนเล่นแซกมันช่างเก่งกาจเหลือร้าย...โดนใจสิคับพี่น้อง  คนต่างชาติเริ่มมารุม
     
    จากวงเล็ก ๆ ขยายกลายเป็นก้อนใหญ่ ๆ หน้าร้าน brickbar เอาแร้ว ๆ ๆ   สตางค์ที่โยนลงมาก็ไม่ขาดสาย
     
    มีทั้งขอเพลงแล้วร้องเอง หรือทั้งขอเล่นกีตาร์เองด้วย ร้องเองด้ว ยแล้ว jam กับแซก  สนุกโค-ตะ-ระ
     
     
    สักพักยามมาไล่เรย บอกว่าคนเยอะไป เดี๋ยวไม่มีใครเข้าร้าน อ้าว...ซะง้าน
     
    เรยต้องย้ายที่ ไปอีก... เดินไปเรื่อย ๆ ก็ไมมีแววว่าจาได้เล่นซักที  จนมาหยุดที่หน้าสถานีตำรวจ
     
    เอามันตรงนี้ล่ะวะ.....  ดังนั้นเมื่อใจพร้อม พวกเราทุกคนก็เริ่มบรรเลง
     
    ฝรั่ง ต่างโยนสตางค์มาให้กันเยอะมาก....และช๊อตเด็ด ที่ประทับใจที่สุดแห่งค่ำคืนนี้ของเราก็คือ
     
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด....ก้อ AF ก็มาดูแล้วโยนสตางค์ให้ด้วย
     
     
    คือปามาณว่าตอนนั้นกำลังเล่นเพลง joy to the world  ฝรั่งก็เข็นรถลูก ๆ มานั่งฟังกันเต็ม
     
    แต่ว่านังมือแซก ตามันลอยไปกับก้อ AF ซะเต็ม ๆ เพลงที่เป่าก็หยุดเป่า เพราะใจลอยไปกับก้อ
     
    ทำให้เพื่อน ๆ เบิร์ดกระโหลกอีช้านไป 1 ที   เง้อ.....โทดฐานไม่ยอมเล่นต่อ
     
    เอาใหม่ๆ ๆ   พอเล่นต่อก็มีฝรั่งเต้น enjoy ไปกับเพลง  
     
     
    ค่ำคืนนี้เราได้เงินกันมา 900 กว่าบาท    โอ่วววว  ที่สำคัญไม่ใช่ตัวเงินที่ได้มา
     
    แต่ว่าความสุข  ความสนุก ความมันส์ในตัวเรามากกว่า  ซึ่งเงินก็ไม่สามารถซื้อประสบการณ์แบบนี้ได้
     
    และค่ำคืนนั้นแม้ว่าเหนื่อยใจจะขาด แต่หัวใจกลับพองโตทะลักล้นด้วยคลื่นยักษ์แห่งความสุข
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    December 02

    เด็กไทยกำลังถูกแทะโลมจากวัฒนธรรมต่างชาติ

     
    วันนี้มีโอกาสไปเดินแถว MBK หรือเรียกว่า มาบุญครอง  แหล่งเที่ยว และช๊อปปิ้งของวัยรุ่นไทย
     
    จะว่าไปแล้วจิง  ๆ เป็นคนไม่ชอบอะไรที่ผู้คนพลุ่กพล่านมากเท่าไหร่นัก  นอกจากมีเหตุให้ต้องไป
     
    แถวนั้นจริง ๆ    
     
     
    ------  ลานด้านนอกของมาบุญครองวันนี้คึกคักเป็นพิเศษ ที่น่าสะดุดตากว่านั้นก็คือ วัยรุ่นหลายร้อยคน
     
    แต่งตัวตามสไตล์ของญี่ปุ่น (เค้าเรียกว่า mascot ใช่มะ?)   มีงาน ลาน เวที ให้เด็กไทยได้แสดงออก
     
    ในวัฒนธรรม รูปแบบที่เป็นของญี่ปุ่น   ตอนเดิน ๆ อยู่ยังนึกว่าอยู่ที่ HARAJUKU ซะอีก ( พูดเหมือนเคยไป)
     
    ใช้สายตาประมาณอายุคนเดินแถวนั้นแล้ว มีแต่เด็ก ๆ มัธยม  ชุดที่สวมใส่มาประชันกัน ก็ส่วนใหญ่เป็นเด็กมัธยม
     
    ท่าทางเราคงอายุมากที่สุดในบริเวณงานแถวนั้นเป็นแน่แท้ 
     
            เดินไปเรื่อย ๆ จนถึงเวที  ได้ยินเสียงเพลงญี่ปุ่นดังกระหึ่มมาแต่ไกล  (ไอ้เราก็เป็นประเภท ได้ยินเสียงเพลง
     
    ไม่ได้ซะด้วย ต้องรีบเดินรี่เข้าไปดู เข้าไปฟัง)  แถมมีเสียงกรี๊ด กร๊าด ตามมาเป็นระยะ ๆ ๆ ๆ  ๆ
     
    เดือนไปจนเกือบหน้าเวที ก็เห็นเด็กวัยรุ่นผู้หญิงล้วนทั้งหมด ยืนเต้น ร้องเพ ลง ลิปซิงค์  เลียนแบบนักร้อง ญี่ปุ่น
     
    อยู่บนเวที    ไม่ว่าการแต่งตัว ท่าทาง ท่าเต้น ทรงผม โอ้ว...ยีสสสสสสสสต์  ซะเต็มประดา 
     
     
             แล้วก็มองไปที่แผ่นป้ายงานชื่อว่า J-Friend celebration  (ถ้าจำไม่ผิด)  ถูกแร้วรอบตัวเรามีแต่เด็ก
     
    วัยรุ่น ช่วงอายุมัธยม ยืนล้อมรอบเต็มไปหมด  ส่วนใหญ๋เป็นเด็กผู้หญิงซะด้วยสิ  ที่แต่งตัวกันเหมือนกับว่าเพิ่งมาจาก
     
    ญี่ปุ่นสด ๆ ซิง ๆ ยังไงยังง้าน  หันมามองสารรูปตัวเอง   โอ้ว.......ยีสสสสสสสสต์ อีกแร้วตรู  วันนี้แอบเอากางเกง
     
    คุณนายระเบียบมาใส่  (แม่อิช้านเอง)  ลายปักลูกไม้ด้วยสิ  ขาสี่ส่วน  ส่วนเสิ้ออีช้านก็ตัวพอง ๆ ๆ รองเท้าแตะรัดส้น
     
    สภาพรอการขาดในไม่ช้า  ส่วนหน้าตาก็น่ารักอยู่ เพราะวันนี้ทำอารมณ์หวานแหวว คาดที่คาดผมมาเดินมาบุญครอง
     
    แต่สรุปโดยรวมเอาเป็นว่า  ดูเด็ก ๆ พวกนี้ แล้วสังเวชอยู่ในใจ   วัฒนธรรมญี่ปุ่นกำลังมาแรงมาก ต้องยอมรับกันตรง ๆ
     
    โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่นไทย  เห็นหน้าตาเด็ก ๆ ในงานแล้วบอกได้คำเดียวว่า วัฒนธรรมแฟชั่น เพลง การแสดงออก ได้
     
    กลืนกินเด็กไทยพวกนี้ไปหมดแร้ว  แล้วใจก็ลอยพาลนึกไปถึงวัฒนธรรมไทย ดนตรีไทยบ้าง   ถ้ามีเวทีแบบนี้
     
    หันมารณรงค์ให้เหมือนพวกวัฒนธรรมต่างชาติที่เด็ก ๆ พวกนี้รับเข้ามาก็คงจาดีไม่น้อย  ทันใดนั้นสมองก็มีภาพว่า
     
     
    " บนเวทีเต็มไปด้วยเด็กวัยรุ่น ใส่ชุดไทยประยุกต์ แล้วเล่นดนตรีประยุกต์สมัยใหม่ + ดนตรีกลิ่นไทย ๆ  ให้เป็น
     
    mix & match  หรือไม่ก็อาจทำการประชาสัมพันธ์จับเด็กวัยรุ่นหน้าตาดี ๆ หน่อย มาเป็น presenter จัดเวที
     
    ไว้ให้สำหรับวัฒนธรรมไทย  ให้เด็กเดินหน้าลานมาบุญครอง หรือสยามเต็มไปด้วย การสวมใส่ผ้าไหมไทยประยุกต์
     
    เปลี่ยนจากสายเดี่ยวเป็น สไบแทน จัดทำชุดไทยให้ทันสมัย เอาใ จวัยรุ่นที่ชอบชุด แนว modern หน่อย
     
    ไม่ใช่จับเอาชุดไทยสมัยก่อนมาทั้งดุ้น มีการ apply ให้เข้ากับความต้องการของเด็กสมัยใหม่  
     
    สามารถกรี๊ด กร๊าดได้เวลาเพื่อนตัวเอง ตีระนาด ผสม ดนตรีแนว electronic  หรือเพื่อนกำลังรำศรีนวลในจังหวะ
     
    ของแจ๊สแดนซ์ อาจจะเรียกว่าเวอร์ชั่น ศรีนวล go inter ก็ว่ากันไป ฯลฯ   เราคิดว่าสิ่งเหล่านี้ถ้าเรามาร่วมมือ
     
    ร่วมใจกันมันสามารถเป็นไปได้   "
     
     
               เราขอเป็นฐานเสียง 1 คน  มีใครอยากร่วมด้วย ขอเสียงหน่อยเร้วววววว......